ทุนวิจัยกับการทำงานของอาจารย์มหาวิทยาลัย
ในยุคเทคโนโลยี

บทสัมภาษณ์ ศาสตราจารย์ ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ

ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ผู้ได้รับพระราชทานทุนนักวิจัยแกนนำ สวทช. ประจำปี 2561

ศาสตราจารย์ ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ

อยากให้อาจารย์อธิบายทุนนักวิจัยแกนนำ สวทช.

ทุนนักวิจัยแกนนำ เป็นทุนวิจัยของ สวทช. คิดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในประเภททุนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในขณะนี้ โดย สวทช. จะพิจารณาจากนักวิชาการที่มีประสบการณ์ทำงานวิจัย มีผลงานทั้งปริมาณ และคุณภาพเป็นที่ประจักษ์ มีประโยชน์ต่อสังคม และมีกลุ่มวิจัยที่เข้มแข็ง ซึ่งมอบให้ปีละ 2 ทุน

โครงการที่อาจารย์ใช้สมัครทุนนี้เกี่ยวกับอะไร

เป็นโครงการพัฒนากระบวนการถ่ายเทความร้อน สมัยใหม่สำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต เราพยายามพัฒนากระบวนการถ่ายเทความร้อนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพราะอุตสาหกรรมเกือบทุกประเภทจะเกี่ยวพันกับความร้อนซึ่งก็คือรูปแบบหนึ่งของพลังงาน การพยายามเพิ่ม การถ่ายเทความร้อนให้สูงขึ้น จะเป็นการเพิ่มสมรรถนะให้อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนและเป็นการประหยัดพลังงาน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืนในด้านของพลังงานและสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศชาติได้

ศาสตราจารย์ ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ

คิดว่าอะไรคือปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ทำให้ได้รับทุนนี้

น่าจะมาจากการสร้างผลงานอย่างต่อเนื่องในสาขาที่เราถนัด เป็นลำดับ ๆ ไป ตั้งแต่งานวิจัยพื้นฐานจนถึงการนำมาใช้งานจริงกล่าวโดยรวมคือต้องสร้างผลงานที่มีทั้งปริมาณ คุณภาพ และการนำไปประยุกต์ใช้


ศาสตราจารย์ ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ

มีคำแนะนำ หรือเทคนิคในการสร้างความสำเร็จในการทำงานวิจัย

การค้นคว้าหาเรื่องใหม่ ๆ ข้อมูลใหม่ ๆ เป็นเรื่องจำเป็นในการทำวิจัย เราจะมาจมอยู่กับความรู้เดิม ๆ ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเราจบปริญญาเอก แล้วจะเก่งไปตลอดหรือจะเก่งไปซะทุกเรื่อง วิชาการมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน เราต้องอัปเดตตัวเองอยู่ตลอดเวลา เช่น การอ่านวารสาร ดูข่าวคราวต่าง ๆ การเข้าร่วมประชุมวิชาการเพื่อฟังการนำเสนอผลงานใหม่ ๆ ต้องทำงานแข่งกับเวลา ถ้าเราตามหลังคนอื่น ผลงานเราก็จะล้าหลัง สรุปคือ ต้องขยัน ติดตามข้อมูล ข่าวสาร รวมถึงการพัฒนาตนเอง ค้นคว้าหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา


ศาสตราจารย์ ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ

อาจารย์มอง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในประเทศไทยปัจจุบันอย่างไร

เราต้องยอมรับว่าประเทศที่มั่งคั่งร่ำรวยมักมีรากฐานมาจากอุตสาหกรรม จะพบว่าประเทศเหล่านั้นล้วนมีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมทั้งนั้น แต่ในที่นี้ก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศเราไม่ดี เรายังโชคดีที่มีเกษตรกรรมเป็นมรดกของชาติที่อยู่กับประเทศเรามานาน พูดถึงเรื่องอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สิ่งที่เป็นปัญหาอันดับต้นๆ ก็คือ การนำไปใช้ เราเรียนกันเยอะเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่สุดท้ายเรากลับไปซื้อของชาติอื่นมาใช้ เกิดจากปัญหาการเรียน แต่ไม่พยายามเอาความรู้มาสร้างนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่นำมาใช้เองได้ และอีกสิ่งหนึ่งก็คือ เราขาดความมั่นใจในตัวเอง เราดูถูกตัวเราเอง แบรนด์ของไทย เรามักไม่เชื่อถือ สินค้าของไทย ยังใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษเลย ซึ่งนี่เป็นปัญหาที่หยั่งลึกมาก อันดับแรกคือ เราต้องเชื่อมั่นในฝีมือคนไทย เราต้องพยายามเอาความรู้ของเราไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ไม่ใช่เรียนเพื่อปริญญาอย่างเดียว เราต้องเรียนเพื่อรู้และนำไปใช้ นำไปพัฒนาประเทศให้ได้ อาจารย์มหาวิทยาลัยทำงานเต็มที่ให้เด็กได้รับความรู้ แต่พอเด็กจบมากลับไม่มีตลาดรองรับ โครงสร้างของประเทศไม่เอื้อ ภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมก็ไม่ได้ช่วยพัฒนากำลังคนเท่าที่ควร มันจึงเป็นปัญหาที่ทำให้ประเทศเราไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร


อยากแนะนำเรื่องการทำงาน กับ อาจารย์ มจธ. อย่างไร

เราต้องมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพของเราก่อนนะ เราโชคดีนะที่ทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัย เราอยู่กับวิชาการ ทำงานวิชาการ วิชาการเป็นความจริง เป็นสิ่งไม่ตาย สามารถนำไปต่อยอดแก้ปัญหาต่างๆ ได้ เรามีนักศึกษาอยู่ในวัยหนุ่มสาวนี่คือผู้ช่วยชั้นดี แล้วผู้ช่วยชั้นดีนี้ก็อยู่ใกล้ตัวเราด้วย ถ้าเราให้คำแนะนำและคำปรึกษาที่ดีเราสามารถสร้างผลงานวิชาการดี ๆ ได้ ตัวเราเองต้องมุมานะพยายามควบคู่กันไปด้วย เราต้องทำงานด้วยความมุ่งมั่น เคยได้ยินไหมที่มีนักปราชญ์กล่าวไว้ว่า "Excellence is never an accident" ดังนั้น ถ้าต้องการเป็นเลิศก็ต้องมีความมุมานะ จะมารอโชคลาภ วาสนาคงไม่ได้ การทำงานนี่ต้องไม่ควรมีเป้าหมายแค่ตำแหน่งทางวิชาการ ควรทำงานเพื่องานจริงๆ ตำแหน่งทางวิชาการนั้นเป็นเพียงผลพลอยได้ เมื่อได้ตำแหน่งวิชาการหรือตำแหน่งใดๆ แล้ว ก็ต้องทำงานให้สมศักดิ์ศรีกับตำแหน่งที่ได้ ยิ่งได้ตำแหน่งสูงเท่าไหร่ เราก็ต้องทำงานให้หนักขึ้น ตอบแทนสังคมให้มากขึ้นให้คุ้มกับที่สังคมให้เกียรติเราและคาดหวังในตัวเรา ถ้าเรามุ่งมั่นทำงานเพื่องานจริงๆ ผลสัมฤทธิ์จะตกกับทุกคน ตัวเราได้ ภาควิชาได้ คณะได้ มหาวิทยาลัยได้ ประเทศชาติก็ได้ด้วย นอกจากนั้นเราต้องมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงานด้วย ต้องจริงใจต่อกัน และให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพราะเราอยู่ในสังคม ไม่ใช่ตัวคนเดียว เราต้องมีสังคม มีวินัย นอกจากเพื่อนร่วมงานแล้ว นักศึกษาก็สำคัญ เราอยู่กับเด็ก ความเอาใจใส่เป็นสิ่งสำคัญ เราต้องสอนเด็กอย่างเข้มข้น จริงจัง ถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ รวมถึงการอบรมสั่งสอนชี้แนะในสิ่งที่ดี และมีมาตรฐาน ประกอบกับมีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เมื่อมีทั้งหมดดังที่กล่าวมา จะทำให้อาจารย์เป็นอาจารย์ที่ดี นักศึกษาที่จบมาก็จะดี มหาวิทยาลัยก็จะดี และสังคมก็ดีตามไปด้วย

มีอะไรอยากจะฝากถึงชาว มจธ.

ก็ต้องบอกว่า เราอยู่ในเรือลำเดียวกัน เราก็ต้องช่วยกันพายและพายไปในทิศทางเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน เพราะถ้าบางคนพายบางคนนั่งเฉย ๆ หรือพายกันไปคนละทิศละทาง เราก็ไปต่อไม่ไหว ช่วยกันคนละนิด คนละหน่อย มันก็จะไปได้ ถ้าเราช่วยกันสร้างชื่อเสียง มหาวิทยาลัยเป็นที่รู้จัก อะไรดีๆ ก็ตามมา อยากให้ทุกคนช่วยกันผลักดันมหาวิทยาลัย ให้ทุกคนทำงานตามความถนัดของตนเองอย่างมีความสุข ไม่ว่าจะเป็น การสอนหนังสือ ทำงานวิจัย บริการวิชาการ ล้วนเป็นภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยทั้งนั้น แต่ด้วยความจริงที่ว่า อาจารย์แต่ละคนจะมีความถนัดในภารกิจที่แตกต่างกันไป ซึ่งก็คงจะไปบังคับให้ชอบหรือไม่ชอบกันไม่ได้ อย่างไรก็ตามด้วยเกณฑ์มาตรฐาน ภาระงานของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยในมหาวิทยาลัย อาจารย์แต่ละคนก็ต้องทำให้ครบทุกภารกิจหลัก แต่อาจแบ่งสัดส่วนตามความเหมาะสม ตามความถนัดของตนเอง แต่ไม่ว่าจะทำภารกิจใด ก็ขอให้ทำอย่างเต็มที่ เน้นที่คุณภาพ และมีเป้าหมายเดียวกัน คือ เพื่อส่วนรวม มหาวิทยาลัยเป็นเหมือนบ้านของเรา ถ้าบ้านเสียหาย เราก็อยู่ไม่ได้ ในทางกลับกันถ้าบ้านมั่นคง เข้มแข็ง ก็น่าอยู่ เราก็ภูมิใจและอยู่อย่างมีความสุข

ศาสตราจารย์ ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ

ศาสตราจารย์ ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ

ตำแหน่งปัจจุบัน


  • ศาสตราจารย์ ระดับ 11 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  • ราชบัณฑิต ประเภทวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สานักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา

ประวัติส่วนตัว


  • เป็นบุตรของ พลตรี สมบัน และ ร้อยตรีหญิง บุบผา วงศ์วิเศษ
  • สมรส กับนางวีณา วงศ์วิเศษ (วงษ์ประเสริฐ)
  • มีบุตรี 2 คน ชื่อ น.ส. นฤพร และ น.ส. มธุริน วงศ์วิเศษ

การศึกษา


  • ปริญญาตรี: วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) (วิศวกรรมเครื่องกล) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2525
  • ปริญญาโท: Master of Engineering (Energy Technology) Asian Institute of Technology (AIT) พ.ศ. 2527
  • ปริญญาเอก: Doktor-Ingenieur (Process Eng.) Faculty of Mechanical Eng., University of Hannover, Germany พ.ศ. 2537

เกียรติประวัติ (บางส่วน)

  • เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2546) และ ครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2549)
  • นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย (พ.ศ. 2547)
  • นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น (พ.ศ. 2549)
  • รับพระราชทาน เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา (พ.ศ. 2552)
  • อาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พ.ศ. 2552)
  • อาจารย์ดีเด่นในโอกาสครบรอบ 48 ปี แห่งการสถาปนา มจธ. (พ.ศ. 2552)
  • ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น (พ.ศ. 2553)
  • นักเรียนเก่า เอ ไอ ที ดีเด่น สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พ.ศ. 2554)
  • บุคคลดีเด่นของชาติ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พ.ศ. 2554)
  • ทุนนักวิจัยแกนนำ สวทช. (พ.ศ. 2556)
  • นักศึกษาเก่า มจธ. ดีเด่น (พ.ศ. 2558)
  • ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง ราชบัณฑิต (2558)
  • ข้าราชการพลเรือนดีเด่น มจธ. (พ.ศ. 2561)
  • ทุนนักวิจัยแกนนำ สวทช. (พ.ศ. 2561)
  • Highly-Cited Researcher สาขาวิศวกรรมศาสตร์ ของ Clarivate Analytics ประจำปี 2017 และ 2018