ไทย | Eng
logo
สำหรับ
ผู้สนใจศึกษาต่อ
spacer
สำหรับ
นักศึกษาปัจจุบัน
spacer
สำหรับ
นักวิจัยและนักธุรกิจ
spacer
สำหรับ
คณาจารย์และบุคลากร
spacer
เตาแก๊สประสิทธิภาพสูงเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
:: หน้าหลัก > รวมข่าวและกิจกรรม > KMUTT on research > เตาแก๊สประสิทธิภาพสูงเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

วันที่ : 13 สิงหาคม 2551
โดย : มจธ.

เตาแก๊สประสิทธิภาพสูงเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
 High Efficiency Gas Burners for Small and Medium Scale Enterprises

เมื่อไฟฟ้า-ก๊าซหุงต้มและน้ำมัน ขึ้นราคา โดยเฉพาะก๊าซหุงต้มที่รัฐบาลเตรียมประกาศลอยตัวในปีนี้ หลังยกเลิกการควบคุมราคาก๊าซหุงต้มมานานกว่า 5 ปี ส่งผลให้ปัจจุบันหลายคนต่างประสบกับปัญหาราคาก๊าซหุงต้มที่ขยับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ เช่น ร้านค้า รวมไปถึงภาคครัวเรือน และคาดว่าแนวโน้มราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มจะขยับตัวสูงขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เราต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นนั้น มีใครบ้างที่จะรู้ว่าเตาแก๊สที่ใช้กันอยู่นี้มีการนำความร้อนมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่หรือไม่ เชื้อเพลิงที่สูญเสียไปในการหุงต้มแต่ละครั้งนั้นเป็นเท่าไร และเราได้ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ากันแล้วหรือยัง

ผลงานการวิจัยและพัฒนา "เตาแก๊สประสิทธิภาพสูง" ของ ศ.ดร.สำเริง จักรใจ เนื่องจากเตาแก๊สหุงต้มที่ใช้กันอยู่ทั่วไปมีประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำ โดยก๊าซที่ใส่เข้าไปในเตาแก๊สในปริมาณ 100 ส่วน จะถูกนำไปใช้งานสำหรับการหุงต้มอาหารอย่างแท้จริงในสัดส่วนเพียง 35% เท่านั้น ที่เหลืออีก 65% จะถูกปล่อยทิ้งสู่สิ่งแวดล้อมอย่างน่าเสียดาย ซึ่งที่ผ่านมา ไม่มีใครสนใจที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพเตาแก๊สหุงต้มให้สูงขึ้น ขณะที่มีการใช้เตาแก๊สหุงต้มกันอย่างกว้างขวาง แต่รูปแบบเตาแก๊สไม่เคยมีการพัฒนา แม้ว่าไทยจะมีโรงงานผลิตเตาแก๊สแบบครบวงจรที่ทันสมัยเหมือนต่างประเทศ แต่รูปแบบของเตาแก๊สหุงต้มก็ไม่เคยเปลี่ยน และสมรรถนะการทำงานยังคงค่อนข้างต่ำอยู่ ดังนั้น เพื่อให้เตาแก๊สมีสมรรถนะสูงขึ้น และประหยัดพลังงานมากขึ้น ศ.ดร.สำเริง จักรใจ จึงได้เริ่มทำการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับเตาแก๊สมาตั้งแต่ปี 2537

ลักษณะของเตาแก๊สประสิทธิภาพสูงที่พัฒนาขึ้นนี้  ศ.ดร.สำเริง จักรใจ ได้พัฒนาในสองส่วน ส่วนแรกคือ ออกแบบปรับโครงสร้างของตัวเรือนเตาใหม่ โดยทำเป็นกล่องให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อทำหน้าที่หมุนเวียนความร้อนจากก๊าซไอเสียไปสู่อากาศเผาไหม้ ส่วนนี้ประกอบด้วยวัสดุพรุนแผ่รังสีความร้อน และวัสดุพรุนดูดซับรังสีความร้อน วัสดุพรุนทั้งสองมีลักษณะคล้ายตาข่ายมุ้งลวดแต่ทำด้วยวัสดุทนไฟ และทำหน้าที่เป็นเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบอาศัยการแผ่รังสีความร้อนเพื่อดึงความร้อนจากไอเสียที่จะสูญเสียไปจากการเผาไหม้ประมาณ 65% ให้กลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ โดยนำไปอุ่นอากาศเผาไหม้ให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 300 องศาเซลเซียส ก่อนผสมกับก๊าซและเผาไหม้ต่อไปที่หัวเผา ส่วนที่สองคือ การพัฒนาหัวเผาแบบใหม่ เพื่อให้การถ่ายเทความร้อนจากเปลวไฟสู่ภาชนะหุงต้มมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น หัวเผาแบบดั้งเดิมนั้นไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากนัก เนื่องจากคุณลักษณะการเคลื่อนที่ของเปลวไฟที่สัมพัทธ์กับภาชนะไม่ค่อยดี ส่งผลให้เกิดการสูญเสียความร้อนในส่วนนี้ไปเป็นจำนวนมาก หรือคิดเป็น 65% ของพลังงานที่ใส่เข้าไปทั้งหมด สำหรับหัวเผาแบบใหม่ที่ได้พัฒนาขึ้นนี้เป็นแบบ swirling central flow flame burner ให้คุณลักษณะการเคลื่อนที่ของเปลวไฟที่ดีกว่าแบบเดิมมาก และภายหลังการปรับปรุงทั้งสองส่วนแล้วส่งผลให้เตาแก๊สมีประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูงขึ้นจากเดิม 35% เป็น 50% หรือประหยัดก๊าซได้ถึง 30% และเนื่องจากคุณลักษณะการทำงานตามที่ได้กล่าวมา จึงเรียกเตาแก๊สนี้ว่า Porous Radiant Recirculated Burner (PRRB-SB)

ปัจจุบัน ได้มีบริษัทเอกชนผู้ประกอบการผลิตกระเทียมเจียวเพื่อป้อนอุตสาหกรรมอาหาร ชื่อบริษัท นิธิฟู้ดส์ ตั้งอยู่ที่ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้สนใจและนำเตาแก๊สประสิทธิภาพสูงมาใช้ในกระบวนการผลิตแทนเตาแก๊สธรรมดาที่มีขายอยู่ทั่วไป ตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจมาก จากเดิมที่บริษัทประสบปัญหาเกี่ยวกับการผลิตที่สิ้นเปลืองก๊าซสูงมาก เนื่องจากการเจียวกระเทียมแต่ละครั้งจะต้องใช้กระเทียมในปริมาณมากถึงครั้งละ 40 กิโลกรัม ใส่ลงในหม้อเจียวขนาดใหญ่ หลังจากเปลี่ยนมาใช้เตาแก๊สประสิทธิภาพสูงแล้ว สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการผลิตลงได้ประมาณ 30% จากเดิมประมาณ 1 ล้านบาท ต่อปี เหลือเพียง 7 แสนบาท เท่านั้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายสำหรับเตาแก๊สประสิทธิภาพสูงถือว่าค่อนข้างถูก

ศ.ดร.สำเริง กล่าวต่ออีกว่า การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานเป็นสิ่งที่หยุดไม่ได้ เพราะการกินอยู่ของมนุษย์ต้องพึ่งพาพลังงานเป็นหลัก เนื่องจากว่าพลังงานในโลกมีจำกัดแต่จำนวนประชากรโลกเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ประสิทธิภาพการใช้พลังงานยิ่งต้องสูงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว มิเช่นนั้นแล้วพลังงานก็จะหมดไปจากโลกอย่างรวดเร็ว

 

< กลับไป

spacer
Click to Enlarge
Previous 1/1 Next